เพลงโปรด

posted on 30 Dec 2008 12:36 by nattydekpee



ต้องการเพลงใหม่ๆ ใช่มั้ย คลิกที่นี่

ยินดีต้อนรับค่ะ

posted on 27 Dec 2008 13:49 by nattydekpee

ตัวฉันมีนามว่า

นางสาววรพรรณ นิโรภาส

นักศึกษาพยาบาลศาสตร์ ชั้นปีที่ 2

วิทยาลัยเซนต์หลุยส์

เหตุผลที่ทำเวปนี้ขึ้นเพราะเป็นการเรียนบูรณาการ

ระหว่างวิชาการพยาบาลมารดาและทารกกับวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ

หวังว่าผู้ที่ได้เข้ามาศึกษาคงได้รับความรู้อย่างมากมาย

การคลอด

posted on 27 Dec 2008 13:48 by nattydekpee

การคลอด (Labor)

       คือปรากฏการณ์ตามธรรมชาติที่เกิดขึ้นเพื่อขับดันสิ่งปฏิสนธิคือทารก รก และน้ำคร่ำออกจากโพรงมดลูกสู่ภายนอก การคลอดอาจเกิดขึ้นโดยทารกคลอดผ่านออกมาทางช่องคลอด หรือโดยการผ่าตัดเอาทารกออกทางหน้าท้อง คำศัพท์ภาษาอังกฤษตรงกับคำว่า การคลอด มีหลายคำ เช่น Labor, Delivery, Parturition, Childbirth, Confinement เป็นต้น ส่วนคำว่า ผู้คลอดนั้นตรงกับคำว่า Parturient

กลไกการคลอด

posted on 27 Dec 2008 13:48 by nattydekpee

การคลอดปกติ

posted on 27 Dec 2008 13:46 by nattydekpee
การคลอดปกติ (Normal labor or eutocia)

การคลอดทางช่องคลอดในครรภ์ครบกำหนดที่สิ้นสุดลงในลักษณะที่ศีรษะทารกออกมาก่อน โดยเอาท้ายทอยอยู่ด้านหน้าของช่องเชิงกราน ในการทำคลอดมิได้มีการช่วยเหลือประการใดมากกว่าเท่าที่เป็นไปตามปกติ และระยะเวลาของการคลอดสิ้นสุดลงภายในเวลาอันสมควร ซึ่งเมื่อแยกกล่าวเป็นข้อๆ แล้วการคลอดปกติต้องประกอบด้วยคุณลักษณะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

1. ผู้คลอดตั้งครรภ์ครบกำหนด (Full term of pregnancy) คือ มีอายุครรภ์ตั้งแต่ 38 สัปดาห์ขึ้นไป จนถึง 42 สัปดาห์ (40 + 2 หรือ 40 - 2 สัปดาห์) ในกรณีที่การคลอดนั้นเกิดขึ้นเมื่อมีอายุครรภ์น้อยกว่า 38 สัปดาห์ ถือว่าเป็นการคลอดก่อนกำหนด (premature or preterm labor) บางสถาบันจะถือว่าเป็นการคลอดก่อนกำหนดเมื่อผู้คลอดมีอายุครรภ์น้อยกว่า 37 สัปดาห์ ผู้คลอดที่มีอายุครรภ์ถึง 37 สัปดาห์ แต่ไม่ถึง 38 สัปดาห์ นั้นจัดอยู่ในภาวะเกือบจะเป็นการคลอดก่อนกำหนด (Borderline premature labor) ส่วนผู้คลอดที่อายุครรภ์เกินกว่า 42 สัปดาห์ ขึ้นไปถือว่า เป็นการคลอดเกินกำหนด (Posttmature or postterm labor)

2. ส่วนนำของทารกเป็นศีรษะ มีลักษณะคว่ำหน้า ศีรษะก้ม คางชิดอก กล่าวคือ มีส่วนนำเป็นยอดศีรษะ (Vertex presentation) ขณะที่ศีรษะคลอดออกมาท้ายทอยต้องอยู่ทางด้านหน้าของเชิงกราน (Anterior presentation) หรืออยู่ใต้กระดูกหัวเหน่า ในกรณีที่ศีรษะทารกก้มไม่มากนัก คือส่วนนำเป็นขม่อมหน้า (Bregma presentation) หรือท้ายทอยของทารกอยู่ทางด้านข้างหรือด้านหลังของเชิงกราน (Transverse or posterior occiput position) เมื่อการคลอดดำเนินต่อไปแล้ว ศีรษะทารกสามารถก้มได้เต็มที่จนใช้ยอดศีรษะเป็นส่วนนำ และการหมุนจนท้ายทอยมาอยู่ด้านหน้าของเชิงกรานได้เอง แล้วคลอดออกมาในลักษณะนี้ ถือว่าเป็นการคลอดปกติได้เช่นกัน การคลอดผิดปกติเนื่องจากมีคุณลักษณะไม่ตรงตามนี้นั้นมีหลายประเภท เช่น ส่วนนำเป็นก้น (Breech presentation) ส่วนนำเป็นหน้า (Face presentation) ทารกอยู่แนวขวาง (Transverse lie) ท้ายทอยคงอยู่หลัง (Occiput posterior persistence) ท้ายทอยคงอยู่ข้าง (Deep transverse arrest of head) เป็นต้น

3. เป็นการคลอดทางช่องคลอด (Vaginal delivery) ในกรณีที่ผ่าตัดเอาทารกออกทางหน้าท้อง (cesarean section) ถือว่าเป็นการคลอดผิดปกติ ข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดเอาทารกออกทางหน้าท้องนั้นมีมากมาย ตัวอย่างเช่น ศีรษะทารกและช่องเชิงกรานไม่ได้สัดส่วนกัน (Cephalopelvic disproportion) ทารกอยู่ในแนวขวาง เป็นต้น

4.ใช้เวลาในการคลอดเหมาะสม คือไม่นานจนเกินไปและไม่เร็วจนเกินไป เดิมยึดถือกันว่าระยะเวลาในการคลอด (Duration of labor) หรือ ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มเจ็บครรภ์จริงจนกระทั่งรกคลอดออกมาครบนั้น ต้องไม่เกินกว่า 24 ชั่วโมง ในปัจจุบันนี้วิทยาศาสตร์การแพทย์ได้เจริญก้าวหน้าขึ้น เกณฑ์ที่กำหนดระยะเวลาการคลอดปกติจึงลดลงไปกว่าเดิมซึ่งแตกต่างกันในบาง สถาบัน เช่น 20 ชั่วโมง 18 ชั่วโมง ในสถาบันที่ใช้นโยบายการเร่งคลอด (Active management of labor) จะใช้เกณฑ์เพียง 12 ชั่วโมงเท่านั้น ถ้าระยะเวลาคลอดนานเกินกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ถือว่าเป็นการคลอดยาวนาน (Prolonged labor) ในกรณีที่ช่วงระยะใดระยะหนึ่งของการคลอดยาวนานเกินกว่าปกติ ถือว่าเป็นการคลอดยาวนานเช่นกัน เช่น ตั้งแต่เริ่มเจ็บครรภ์จริง การคลอดดำเนินไปตามปกติ แต่เมื่อเข้าสู่ระยะที่สองของการคลอดหรือ ระยะเบ่งคลอด พบว่าระยะเวลายาวนานเกินปกติ แสดงว่าระยะที่สองของการคลอดยาวนาน (Prolonged second of labor) การคลอดที่เกิดขึ้นเร็วเกินไป ถือว่าเป็นการคลอดผิดปกติเช่นกัน ซึ่งเรียกว่า การคลอดเร็วเฉียบพลัน (Precipitate labor) กล่าวคือ มีระยะเวลาการคลอดน้อยกว่า 3 ชั่วโมง

5. ขบวนการคลอดทั้งหมดดำเนินไปได้เองตามธรรมชาติ (Spontaneous labor) ไม่ต้องใช้วิธีทางสูติศาสตร์หัตถการในการช่วยคลอด (Operative obstetric delivery) เช่น การใช้คีม (Forceps extraction) การใช้เครื่องดูดสุญญากาศ (vacuum extraction) เป็นต้น

6. ไม่มีภาวะแทรกซ้อนใด ๆ เกิดขึ้นในระยะคลอด นับตั้งแต่ระยะเจ็บครรภ์คลอดจนกระทั่งทารกและรกคลอดออกมา ภาวะแทรกซ้อนในระยะคลอด (Intrapartal complication) ที่พบได้ เช่น การตกเลือดในระยะคลอด (Intrapartal hemorrhage) เนื่องจากมดลูกแตกหรือมดลูกหดรัดตัวไม่ดีในระยะรกคลอดหรือหลังคลอด การมีรกค้าง การเกิดมดลูกปลิ้น เป็นต้น